ครบรอบ7ปี! ตัดเกรดการเสริมทัพแมนยูยุคลอร์ดเอ็ด

นับตั้งแต่เอ็ดวู้ดวาร์ดเข้ามารับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในปี 2013 แทนที่เดวิดกิลล์อดีตซีอีโอที่ประกาศลาออกจากทีม “ปีศาจแดง” ก็ได้ทุ่มเงินเพิ่มเติมให้กับผู้เล่น มีความสำเร็จมากมาย และล้มเหลวอย่างน่าสังเวช
อย่างไรก็ตามในช่วงหลังแข้งวัย 48 ปีกลายเป็นเป้าหมายของแฟนบอล หลังจากที่ผู้ตัดสินล้มเหลวในการเจรจาหลายประตูสำหรับดีลซึ่งส่วนใหญ่มักจะถูกต้นสังกัดของผู้เล่นโก่งตัวสูงจนต้องควักเงินซื้อแพงกว่าที่ควรจะเป็นแถมยังมีดีลอื่น ๆ อีกมากมายที่ได้รับ เชื่อมโยงกันอย่างมาก แต่ที่สุดแล้วก็ไม่สามารถขยับได้

ยกตัวอย่างเช่นล่าสุดอย่างจาดอนซานโช่ปีกดาวรุ่งจากดอร์ทมุนด์ที่ไม่สามารถเจรจาคว้าตัวมาร่วมทีมได้แม้ว่าจะมีข่าวอยู่ตลอดก็ตาม

วันนี้เราจะมาดูกันว่าตั้งแต่ลอร์ดเอ็ดเข้ามาดำรงตำแหน่งซีอีโอของ จิ๋มกระป๋อง สโมสรตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปี 2013 ใครเป็นสโมสรในตลาดโอนย้ายผู้เล่นของ CEO มากกว่า 15 คน? หนุ่มคนนี้

และแต่ละตลาดจะสามารถทำคะแนนได้กี่คะแนน? ตามรายงานของ Mirror สื่ออังกฤษตัดเกรดจากคะแนนเต็ม 10

มันจะเป็นฤดูกาลแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างมากสำหรับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดหลังจากเซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสันประกาศลาออกก่อนที่สโมสรจะแต่งตั้งเดวิดมอยส์ให้ดำรงตำแหน่งต่อไป พร้อมกับซีอีโอคนใหม่เอ็ดวู้ดเวิร์ดที่ซื้อแข้งใหม่เป็นครั้งแรก กุนซือชาวสก็อตตั้งเป้าที่จะคว้าดาวดังมากมายเช่นเชสฟาเบรกาส, ธิอาโกอัลคันทารา, เลห์ตันเบนส์และแกเร็ ธ เบลเป็นต้น

อย่างไรก็ตามในที่สุด “ปีศาจแดง” ก็ล้มเหลวในตลาดซื้อขายนักเตะเมื่อพวกเขาได้นักฟุตบอลใหม่เพียงคนเดียวในวันสุดท้ายคือมารูยานเฟลไลนีซึ่งเป็นอดีตลูกทีมของมอยส์ เอฟเวอร์ตัน

ในตลาดซัมเมอร์นี้เอ็ดวู้ดเวิร์ดแก้ตัวจากรอบที่แล้วด้วยการให้เงิน ราร่า (29 ล้านปอนด์), ลุคชอว์ (27 ล้านปอนด์), อังเคลดิมาเรีย (60 ล้านปอนด์), มาร์กอสโรโฮ (16 ล้านปอนด์), ดาเลย์บลินด์ (13.8 ล้านปอนด์), ราดาเมลฟัลเกา (16 ล้านปอนด์)

ปีที่สองภายใต้กองกำลังติดอาวุธของหลุยส์ฟานกัลปีนี้ทีมยังคงใช้เงินจำนวนมากกับทีมรวมถึง Anthony Martial (54 ล้านปอนด์), Mor คานชไนเดอร์ลิน (31 ล้านปอนด์), เมมฟิสเดปาย (30 ล้านปอนด์), มัตเตโอดาร์เมียน (16 ล้านปอนด์), บาสเตียนชไวน์สไตเกอร์ (8 ล้านปอนด์) ล้านปอนด์), เซร์คิโอโรเมโร่ (ฟรี)

ในปีนี้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมอีกครั้งโดยแต่งตั้งโชเซ่มูรินโญ่เข้ามาคุมทีมแทนที่หลุยส์ฟานกัลที่ทำผลงานได้ไม่ดีและถูกเด้งออกจากตำแหน่ง แม้ในช่วงซัมเมอร์แรกของชาวโปรตุเกสจะไม่ได้ซื้อนักเตะมาร่วมทีมมากมาย แต่มีเรื่องใหญ่ที่เป็นสถิติสูงสุดของสโมสรสำหรับแฟนบอลที่ฮือฮาคือการกลับมาของพอลป็อกบาสตาร์กลับมาร่วมทีมอีกครั้งในราคา 94 ล้านปอนด์พร้อมโบนัสเพิ่มเติม

อีกสามคนที่ได้มาใหม่ ได้แก่ Henrik Mkhitaryan (38 ล้านปอนด์), Eric Baiyi (34 ล้านปอนด์) และ Zlatan Ibrahimovic (ฟรี) มีเพียง Paddy McNair (5 ล้านปอนด์)

หลังจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ยูโรป้าลีกได้สำเร็จ ในช่วงซัมเมอร์นี้พวกเขาพยายามเสริมทัพเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการกลับไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกมีผู้เล่นใหม่สามคน แต่เป็นเรื่องใหญ่ในทั้งสามตำแหน่งด้วยมูลค่ารวมกันมากกว่า 100 ล้านปอนด์ ได้แก่ Romelu Lukaku (19 ล้านปอนด์), Nemanja Matic (40 ล้านปอนด์) และ Victor Lindelöf (31 ล้านปอนด์) ).

ตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาวนี้ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจบลงด้วยการสร้างความฮือฮาเมื่อเจอกับเรื่องใหญ่อีกครั้งอเล็กซิสซานเชซจากอาร์เซนอลในการสลับขั้วกับอองรี Khem Kitaryan ซึ่งย้ายไปที่ประตูทางออกส่วนอีกคนที่ต้องย้ายคือ Zlatan Ibrahimovic (ฟรี)

เป็นช่วงซัมเมอร์ที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไม่มีเรื่องใหญ่ในการเสริมทัพทั้งๆที่โชเซ่มูรินโญ่ตั้งเป้าที่จะคว้าสตาร์ดังมากมาย ก่อนที่ต่อมาเอ็ดวู้ดเวิร์ดจะยอมรับว่าเขาเคยทำให้มูรินโญ่ขุ่นเคืองด้วยการไม่เอานักเตะที่เขาต้องการไปร่วมทัพ สาเหตุเป็นเพราะการเสริมทัพของทีม “ปีศาจแดง” ไม่คิดว่าเป้าหมายของมูรินโญ่คือตัวเลือกที่เหมาะสม จึงทำให้เกิดความบาดหมางกันทั้งคู่

Leave A Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *